วิธีคัดเลือกที่ใช้รับทำสติ๊กเกอร์

งานบริการรับทำสติ๊กเกอร์ในยุคปัจจุบันมีให้เลือกใช้งานอย่างเยอะ ในที่นี้จะกล่าวเพียงแค่สติกเกอร์บางอย่างที่มีซื้อขาย พร้อมกับแบบที่การตั้งกฎเกณฑ์ใช้กัน ในประเทศไทย หากจะเลือกสรรใช้สติกเกอร์ได้ถูกกับงาน จำเป็นที่ต้องรู้และทำความเห็นใจ ทั้งในเรื่องของกาว พร้อมทั้งผิวของสติกเกอร์ โดยมีรายละเอียดปลีกย่อยดังนี้

แบบของกาว

เครื่องตัดฉลากของซื้อของขายยอดนิยม, ของซื้อของขายใหม่, นำเข้าจากอเมริกา, ตัดโมเดลการ์ตูน, ตัดโลโก้ติดของซื้อของขาย, ตัดฉลากของซื้อของขายวงกลมรอบรูป, ตัดสติ๊กเกอร์แต่งรถ, แต่งรถมอไชต์ด้วยสติกเกอร์, ราคา เครื่อง ตัด สติ ก เกอร์, วิถีทาง ตัด สติ๊กเกอร์, การตัดสติกเกอร์, สั่งตัดด้วยโปรแกรมเฉพาะ, Shilouette studio, สั่งตัดสติกเกอร์ด้วยIllustrator, สินค้าขายดี, เครื่องตัดสติกเกอร์ที่มีคนซื้อมากที่สุด, ตัด popup การ์ด, เครื่องไดคัทตราสินค้า, ตัดสติกเกอร์แต่งรถยนต์,

  1. กาว PERMANENT หากจะแปลตามอักษรภาษาอังกฤษแล้ว คงจะดูน่ากลัวไปหน่อย เพราะจะคือกาวเป็นปึกแผ่น

หรืออาจจะรู้ความนัยว่าติดแน่น ติดนาน ลอกไม่ออก แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ผลิตใช้ศัพท์คำนี้เพื่อแยกผลิตภัณท์ และการใช้งาน คำว่า PERMANENT คือกาวที่ใช้เพราะว่างานที่มีอายุการใช้งานนาน อย่างน้อยต้องยิ่งกว่า 1 ปี และหากจะลอกสติกเกอร์ออก ก็สามารถลอกออกได้ เพียงแต่กาวที่เคลือบกับสติกเกอร์แบบนี้มา จะติดอยู่บนชิ้นงานที่เราลอกสติกเกอร์ออกมา หากเราจะใช้ชิ้นงานนั้นเพื่องานโฆษณาชิ้นต่อไปก็ทำได้เช่นกัน แต่ต้องเสียเวลาไล่เศษของกาวที่เหลืออยู่บนชิ้นงานนั้นเสียก่อน

  1. กาว REMOVABLE เช่นกันคือหลายท่านคิดว่ากาวชนิดนี้ความเหนียวจะน้อย ติดแล้วอาจจะหลุดล่อนออกมาได้ ในความเป็นจริงแล้ว กาวกลุ่มนี้จะมีความเหนียวน้อยกว่ากาวชนิดแรก แต่ใช่ว่าจะหลุดล่อนง่าย สรรพคุณโดยทั่วไปก็เช่นเดียวกัน กับชนิดแรก เพียงแต่กาวชนิดนี้จะมีข้อดีตรงที่ว่า หากชิ้นงานที่ต้องติดสติกเกอร์เพื่องานโฆษณา จำเป็นที่ต้องใช้อยู่หลายๆ ครั้งกล่าวคือ ลอกแล้วติดใหม่อยู่เรื่อยๆ การเลือกใช้กาวอย่างนี้จะมีกาลเทศะ เพราะคราบกาวของสติกเกอร์เมื่อลอกออก จะไม่เหลืออยู่บนผลงาน หรือหากจะหลงเหลือก็เพียงแค่เล็กน้อย ดังนั้นจึงช่วยประหยัดเวลาของการทำงานได้มาก
  2. กาวชนิดไม่เหนียวทันทีในระหว่างการติดตั้ง แต่จะเหนียวต่อเมื่อทิ้งไว้สักระยะหนึ่งสั้นๆ กาวชนิดนี้จะอยู่กับสติกเกอร์พีวีซี หน้าทำจากระบบ CAST ซึ่งจะขอกล่าวต่อไปภายหลัง กาวประเภทนี้จะนิยมใช้สำหรับพื้นผิวที่การทำงานค่อนข้างยาก จะต้องติดและลอกออกหลายครา กว่าจะได้ภาพติดตรงตามตำแหน่งที่ต้องการ กาวชนิดนี้ จะมีความเหนียวพอให้สติกเกอร์ ติดกับชิ้นงานได้

ในช่วงแรกหากสติกเกอร์ติดได้ตรงตามตำแหน่งแล้ว และทิ้งไว้สักระยะหนึ่งสั้นๆ กาวกลุ่มนี้จะเปลี่ยนสภาพเป็นกาวทั้งสองกลุ่มข้างต้น (กาวชนิดนี้มีสองอย่างให้คัด คือทั้ง REMOVABLE และ PERMANENT)

  1. กาวชนิดสี โดยปกติแล้วกาวของสติกเกอร์จะใช้เป็นสีใส กล่าวคือไม่มีสี หากแต่ผู้ก่อกำเนิดหลายรายก็ผลิตกาวเพิ่มขึ้นอีกสองสี คือสีดำ และสีขาว ซึ่งกาวทั้งสองสีที่ทำขึ้นมาก็เพื่อ พึงประสงค์ให้สติกเกอร์มีความทึบสูง ดูแลสีที่วัสดุพิมพ์ทะลุผ่านเนื้อพีวีซีของสติกเกอร์ และจะทำให้ภาพที่พิมพ์ออกมาหมองไป

นอกจากกาวที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีกาวอีกต่างๆที่ผู้ก่อตั้งคิดขึ้นมา เพื่อใช้ในวาระโอกาสที่แตกต่างกันไป

ในส่วนของการติดวอลเปเปอร์พร้อมด้วยวอลเปเปอร์ในหาดใหญ่

วอลเปเปอร์คือกระดาษที่มีคุณภาพสูงชนิดพิเศษแบบหนึ่ง ที่ช่วยประดับสีสันผนังทำให้สวยงาม แก้ไขฝาผนังที่มีรอยร้าว รอยแตกได้ อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบผนังได้ตามพึงปรารถนาอีกด้วย พร้อมกับเป็นสิ่งที่ชี้ถึงความชอบและบุคลิกของผู้เป็นคนคิดได้เป็นเป็นอันดี นอกจากนี้วอลเปเปอร์ยังคงมีคุณสมบัติต่างๆดังต่อไปนี้

  1. ช่วยกลบเกลื่อนรอยขรุขระพร้อมทั้งเพิ่มเติมความคิดค้นด้วยลวดลายสารพันมากกว่าการติดวอลเปเปอร์เหมือนการประทินโฉมด้วยเครื่องประทินผิวคุณภาพดี ซึ่งไม่เพียงแค่ปิดริ้วรอย ผิวที่ไม่เรียบเนียน และจุดด่างดำแล้ว อีกทั้งเติมให้ความสวยงามหรือสีสัน ลวดลายที่แตกต่างกันไปเช่นกัน
  2. เนื่องจากว่าสีมีคุณสมบัติหลักแค่สีพื้น (Solid) แต่วอลล์เปเปอร์มีแบบพร้อมกับลวดลาย (Patterns) หลายหลากมากกว่า
  3. วอลล์เปเปอร์สามารถสับเปลี่ยน หรือลอกออกได้ โดยง่าย เพราะฉะนั้น ขณะผู้ใช้ประสงค์บรรยากาศใหม่ๆ วอลล์เปเปอร์สามารถทำได้โดยง่าย และเร็วกว่า
  4. วอลล์เปเปอร์มีคุณสมบัติในการกันเสียงได้เป็นต่อสีทาบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องนอนชุดในอาคารชุด จะนิยมใช้มาก เพราะสามารถช่วยลดมลภาวะทางเสียงจากห้องใกล้กัน หรือแม้แต่ป้องกันเสียงเล็ดลอดจากห้องหับของเราเองได้ระดับหนึ่ง
  5. วอลล์เปเปอร์สามารถปกปิดร่องรอย รอยเปื้อนสกปรก ความไม่สะอาดสะอ้าน ไม่สวยของฝาดิบได้สบาย ในขณะสีทาบ้าน ไม่สามารถทำได้ หรืออย่างน้อยต้องใช้วิธี ในการโบกรองพื้นหลายชั้น หรือมีวิธีการที่ยุ่งยากกว่าในการปรับสภาพพื้นผิวฝาดิบ
  6. วอลล์เปเปอร์สามารถปิดบังสภาพผนังที่ถูกทำลาย สภาพฝาผนังที่ผิดปรกติ สภาพผนังที่มีคราบ หรือคราบเชื้อโรค และสภาพฝาผนังที่เลวร้ายอื่นๆได้ดี และเร็วกว่า
  7. แม้ในสมัยปัจจุบัน สีทาบ้านจะมีความเจริญในการใช้หรือสร้างสรรค์ลวดลายได้เยอะขึ้น แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับพัฒนาการของวอลล์เปเปอร์ ในด้านลวดลาย (Designs) และพื้นผิวพิเศษ (Textures) ซึ่งหลากหลายกว่ามาก
  8. นอกจากนี้ การทาสี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเนรมิตลวดลายจากสีทาบ้าน จำเป็นจะต้องอาศัยความสามารถ และกำลังแรงงานฝีมือ มากกว่าการติดตั้งผลิตภัณฑ์วอลล์เปเปอร์ รวมถึงค่าตอบแทนที่มีทุนสูงกว่า ในการติดตั้งวอลล์เปเปอร์
  9. การติดตั้งวอลล์เปเปอร์ ลูกค้าสามารถเข้าอยู่ได้ทันที ในขณะที่การใช้สีทาบ้านอาจต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์จึงจะสามารถอยู่ได้
  10. วอลล์เปเปอร์เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมมากกว่า รวมทั้งความสามารถในการป้องกันความร้อนจากข้างนอก หรือเก็บความเย็นภายในห้อง ทำให้ประหยัดพลังงาน และช่วยลดภาวะโลกร้อน
  11. ในเกาหลี นอกจากค่าแรงในการติดตั้งวอลล์เปเปอร์จะประหยัดกว่าค่าแรงทาสีแล้ว ยังอาจไม่มีความจำเป็นในการต้องเพิ่มทุนการใช้พลาสเตอร์ (Plaster) เพื่อปรับสภาพผนังด้วย โดยเหตุนั้น ต้นทุนที่ถูกกว่านี้จึงเป็นสิ่งที่ทำให้วอลล์เปเปอร์ได้รับความนิยมและเลือกใช้แพร่หลายกว่าสีทาบ้านมาก
  12. เทียบเคียงการติดวอลล์เปเปอร์กับการทาสีแล้ว การใช้วอลล์เปเปอร์ทุ่นเวลาในการติดตั้งยิ่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด เหตุด้วยสามารถติดตั้งได้ไวกว่ามาก
  13. วอลล์เปเปอร์ในช่วงปัจจุบัน มีความเจริญที่สูดและรวดเร็วมาก เช่นนั้น จึงมีวอลล์เปเปอร์ที่มีลักษณะพิเศษต่างๆให้เลือกใช้ได้มากมายและเหมาะกับวัตถุประสงค์พิเศษในการใช้ยิ่งกว่า เช่น วอลล์เปเปอร์ปกป้องเชื้อรา ความชื้น เก็บกลิ่น ดูดซับกลิ่น และอื่นๆอีกหลากหลาย
  14. ความรวดเร็วในการติดตั้งวอลเปเปอร์เป็นงานขบวนการเดียวโดยทากาวลงบนวอลเปเปอร์แล้วติดขึ้นผนังได้ทันที ไม่ต้องเสียเวล่ำเวลาดำเนินงานหลายขั้นตอนด้วยการทาสีรองพื้นทับเป็น 2 กรรมวิธีการติดตั้งวอลเปเปอร์จึงราบรื่น รวดเร็ว ไม่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนและไม่ส่งกลิ่นเคมีที่รุนแรง

สำหรับใครที่สนใจจะแต่งเติมห้อง หรือส่วนต่างๆภายในบ้าน วอลเปเปอร์หาดใหญ่ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่น่าสนใจและน่าใช้บริการ

การเลือกต่างหูจากเสื้อผ้าที่เราใส่

การแต่งตัวไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้า ผม หรือว่าเครื่องประดับ จะต้องเลือกให้เข้ากับบุคลิกของเรา สไตล์การแต่งตัว กาลเทศะ หรือว่างานที่เราไป ไม่ใช่ว่าจะมองแค่ความสวยถูกใจเราอย่างเดียว การเลือกซื้อต่างหูที่ถูกต้องเหมาะกับเรา ก็สามารถทำให้ภาพลักษณ์ของเราดูดีขึ้น พูดง่ายๆ เลยก็คือ สามารถเพิ่มความสวยและโดดเด่นให้กับเราได้ วันนี้เราได้นำเอาเคล็ดลับการเลือกซื้อต่างหูมาฝากทุกคนกัน ลองไปเช็คกันดูหน่อย ว่าที่ผ่านมาเราได้เลือกต่างหูแบบนี้หรือเปล่า

การเลือกต่างหูจากรูปหน้า
ผู้หญิงที่มีรูปหน้าแตกต่างกัน จะดูดีในทรงผม การแต่งหน้า หรือแม้แต่การใส่เครื่องประดับที่แตกต่างกันออกไป ถ้าพูดถึงการใส่ต่างหูกับรูปหน้าคน ก็ต้องบอกเลยว่าเกี่ยวกันเป็นอย่างมาก เลือกต่างหูรูปทรงที่เหมาะกับใบหน้าสามารถเพิ่มความโดดเด่น และยังสามารถช่วยปิดจุดด้อยของเราได้ด้วยนะ

– ต่างหูสำหรับผู้หญิงรูปหน้ากลม

ผู้หญิงที่มีใบหน้ารูปทรงกลม อาจจะเป็นคนที่มีใบหน้าค่อนข้างสั้น และชอบคิดว่าตัวเองเป็นคนหน้าบาน หน้าใหญ่ ถ้าต้องการใส่ต่างหู ควรจะเลือกรูปทรงที่เป็นวงรี เป็นพู่ห้อย รูปทรงหยดน้ำ สี่เหลี่ยม หรือเป็นทรงระย้ายาวลงมา เพื่อช่วยเบนสายตาทำให้หน้าดูเรียวยาวขึ้น

ผู้หญิงรูปหน้าทรงกลมไม่ควรใส่ต่างหูที่มีขนาดเล็ก และมีรูปทรงกลม เพราะนั่นจะยิ่งทำให้ใบหน้าดูกลมมากขึ้น และยังทำให้คอดูสั้นด้วย

– ผู้หญิงที่มีใบหน้ารูปทรงเหลี่ยม

ผู้หญิงที่มีใบหน้ารูปทรงเหลี่ยม หมายถึงคนที่มีกรามเป็นสันนูนเด่นชัด ใช้หลักการเดียวกันกับการเลือกทรงผมตามรูปหน้า ซึ่งก็คือพยายามไม่เลือกต่างหูรูปทรงสี่เหลี่ยมเหมือนใบหน้า แต่คนจะเลือกต่างหูที่มีความมนกลม ไม่ว่าจะเป็นทรงรี หรือว่าทรงรูปไข่ รูปหยดน้ำ ต่างหูมุกกลมๆ ก็ดูเข้ากับสาวหน้าเหลี่ยมเป็นอย่างดี

ผู้หญิงหน้าเหลี่ยมไม่ควรเลือกใส่ต่างหูทรงเหลี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส หรือว่าสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพราะมันยิ่งจะเป็นการเน้นถึงความเหลี่ยมบนใบหน้าของเราให้มีมากขึ้นกว่าเดิม

– ผู้หญิงที่มีรูปหน้ายาว

สาวหน้ายาวก็ไม่ควรใส่ตุ้มหูห้อยระย้า ทิ้งดิ่งในแนวนอน เพราะมันจะทำให้ใบหน้าของเราดูยาวมากเกินไป เช่นตุ้มหูระย้า ตุ้มหูรูปทรงหยดน้ำ แต่ถ้าอยากใส่จริงๆ ให้เลือกเป็นตุ้มหูที่มีดีเทลมากและมีความกว้างด้วย อย่าพยายามใส่ตุ้มหูที่เป็นเส้นตรง ควรจะเลือกต่างหูรูปทรงกลม รูปทรงเหลี่ยม เพราะมันจะไม่เป็นการเน้นใบหน้าที่ยาวอยู่แล้วให้ยาวขึ้นไปอีกจะเป็นรูปสัตว์ ดอกไม้ หรืออะไรก็ได้

– ผู้หญิงที่มีรูปหน้าหัวใจ

สาวมีแก้ม หน้าเป็นทรงสามเหลี่ยม ก็ควรเลือกต่างหูที่มีรูปทรงสามเหลี่ยม หรือว่ารูปพัด เหตุผลเพราะส่วนความกว้างของฐานสามเหลี่ยมมันจะช่วยทำให้คางที่ดูแคบ ให้ดูสมดุลยิ่งขึ้น ในทางกลับกันก็ไม่ควรเลือกต่างหูที่มีปลายแหลมคอดลง เพราะมันจะทำให้ส่วนคางของเราดูแหลม ส่วนแก้มดูชัด ดูแล้วไม่สมส่วนเอาซะเลย

– ผู้หญิงใบหน้ารูปไข่

สาวใบหน้ารูปไข่ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูดี ไม่ว่าจะตัดผม หรือเลือกเครื่องประดับ ทรงไหนแบบไหน ก็ดูสวยไปหมด ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น เพราะเกิดมาเริ่ด จะแต่งยังไงก็ดูดี น่าอิจฉาซะจริงๆ

การเลือกต่างหูจากเสื้อผ้าที่เราใส่

ก่อนที่เราจะเลือกเครื่องประดับมาใส่เพื่อให้การแต่งตัวของเราในวันนั้นแลดูสวยและพิเศษขึ้น ควรจะคิดถึง concept การแต่งตัวในวันนั้นด้วย ถ้าเลือกใส่เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดดึงดูดสายตา อาจไม่จำเป็นต้องเลือกต่างหูที่มีความโดดเด่นมากมายก็ได้ แต่ถ้าเลือกแต่งตัวแบบเรียบๆ การเลือกต่างหูที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษก็ทำให้การแต่งตัวของเราในวันนั้นดูน่าสนใจขึ้นมาได้ แต่ถึงอย่างนั้น การแต่งตัวเรียบๆ เราก็สามารถเลือกเครื่องประดับที่ดูดีแบบเรียบหรูได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเมื่อเราเลือกเครื่องประดับ ก็ควรจะลองใส่กับชุด แล้วส่องกระจกดูด้วย ว่ามันดูรกไปหรือเปล่า เพราะอะไรที่มันเยอะเกินไปจนเกินพอดี มันจะไปแย่งความเด่นกันเอง และทำให้ภาพรวมมันดูไม่สวย อย่างที่ควรจะเป็น

การเลือกต่างหูจากสีผม

คนที่ย้อมผม หรือมีสีผมที่แตกต่างออกไปจากสีผมธรรมชาติ ถ้าอยากจะใส่ต่างหูให้สวยก็ต้องคำนึงถึงเรื่องสีผมที่เข้ากันกับต่างหูด้วย คนที่มีผมสีเข้ม เช่นโทรดำหรือน้ำตาลเข้ม จะดูดีในต่างหูที่มีสีอ่อน แวววาว สีสันฉูดฉาดที่เด่นขึ้นมาจากสีผมจริง แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีสีผมอ่อน เช่นน้ำตาลอ่อน หรือว่าบลอนทอง ก็ควรจะเลือกต่างหูที่มีสีเข้มหรือว่าฉูดฉาด ถ้าเลือกต่างหูในโทนสีทอง หรือสีที่ดูคล้ายกับสีผมจนเกินไป จะทำให้ต่างหูนั้นไม่เด่นและกลืนไปกับสีผมนั่นเอง

การเลือกต่างหูให้เข้ากับบุคลิก และลักษณะนิสัยของตัวเอง

ต่างหูก็สามารถสะท้อนความเป็นตัวเราออกมาได้เช่นกัน คนที่มีบุคลิกเรียบร้อย ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะชอบต่างหูที่ดูเรียบๆ คนที่เป็นวัยรุ่นอายุน้อย ก็มักมองหาต่างหูอะไรน่ารักเป็นรูปสัตว์ ลายการ์ตูน แต่ถ้าโตขึ้นก็มักจะมองหาอะไรที่ดูเป็นผู้ใหญ่ ต่างหูที่มีมูลค่าดูราคาแพง หรือแม้แต่ลวดลายและดีเทลที่ซับซ้อน ซึ่งสามารถทำให้การแต่งตัวของเราดูดีขึ้นได้

เมื่อรู้วิธีการเลือกต่างหูให้เข้ากับตัวเองได้แล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาเลือกซื้อต่างหูของจริงมาใส่ประดับ เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองแล้วล่ะ

เครื่องประดับเป็นสิ่งหนึ่งในกระแสวัฒนธรรมที่ใช้ควบคู่มากับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายอื่นๆ

17

ในสมัยโบราณการตกแต่งร่างกาย ใช้วิธีสักร่างกาย หรือใช้สีเขียนบนผิวหนัง การเขียนสีบนผิวหนังพบครั้งแรกในสมัยอียิปต์ เมื่อประมาณ 2000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช คำว่า “สัก” ในภาษาไทย ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Tattoo และคำว่า Tattoo มาจากภาษาไฮติว่า Tatau ซึ่งมีความหมายเกี่ยวกับ การทำเครื่องหมาย ส่วนการแต่งกายด้วยวัตถุ มีการตกแต่งด้วยทองคำ พบหลักฐานการใช้ทองคำมาทำเป็นเครื่องประดับ ในสมัยอียิปต์ และกรีกโบราณ เครื่องประดับเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถบอกประวัติความเป็นไปในสมัยประวัติศาสตร์ได้ เป็นสื่อสัญลักษณ์ที่บอกถึงวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม นิสัยใจคอของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การศึกษาทางประวัติศาสตร์ศิลป์จึงนิยมที่จะศึกษาเรื่องราวของเครื่องประดับร่วมไปด้วยเพราะเครื่องประดับนอกจากจะใช้ประดับร่างกายเพื่อความสวยงามแล้วยังบอกตำแหน่ง ฐานะ ยศศักดิ์ได้ เช่น ชาวอเมริกันอินเดียนที่อยู่ตามเผ่าต่างๆ จะใช้สีหรือขนนกประดับประดาร่างกายและสีหรือขนนกนี้จะบอกตำแหน่งของผู้ใช้ ในขณะเดียวกันเครื่องประดับยังบอกฐานะทางเศรษฐกิจของเจ้าของได้อีกด้วย

เครื่องประดับของประเทศไทยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ถูกสร้างขึ้นมาไม่ใช่แค่เพื่อแสดงทักษะฝีมืออันวิจิตร หรือเพื่อตกแต่งร่างกายภายนอกเท่านั้น ตามหลักฐานทางโบราณคดีและมานุษยวิทยาเกี่ยวกับศิลปะเครื่องประดับ พอจะสรุปได้ว่า เครื่องประดับเป็นวิธีการแรกๆ ที่มนุษย์ใช้ในการแสดงออกทางสุนทรีภาพ และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตนเอง ชุมชน และสภาพแวดล้อมเครื่องประดับแต่เดิมมีคำศัพท์ที่แยกประเภทเครื่องประดับอยู่ 2คำ คือ ศิราภรณ์ หมายถึงเครื่องประดับศีรษะ และถนิมพิมพาภรณ์ คือเครื่องประดับกาย แต่ในปัจจุบันมักใช้คำกลาง ๆ คือคำว่า เครื่องประดับ ไม่ได้แยกเรื่องเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง นอกจากกรณีที่ต้องการชี้เฉพาะเจาะจง ประวัติศาสตร์เครื่องประดับของไทย เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 50,000 – 1,700 ปีมาแล้ว สมัยก่อนประวัติศาสตร์การค้นพบที่เก่าแก่ดังกล่าวระบุว่ามีการขุดพบสร้อยคอและกำไลที่ทำจากเปลือกหอยหรือกระดูกสัตว์อยู่ภายในหลุมศพของทั้งมนุษย์ผู้ชายและผู้หญิง ส่วนเหตุผลที่เครื่องประดับมักจะถูกสวมใส่ หรือติดมาพร้อมกับโครงกระดูกในหลุมฝังศพนั้น นักมานุษยวิทยาทางวัฒนธรรมตั้งประเด็นว่า สังคมในยุคนั้นเชื่อว่าความตายอาจเป็นการสืบเนื่องของชีวิตอย่างหนึ่ง คล้ายกับความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ (ศาสนาพุทธซึ่งเกิดในภายหลังได้รับอิทธิพลจากความเชื่อนี้ติดมาด้วย) ที่ว่า ผู้ที่ตายไปแล้ววิญญาณจะมีการเกิดใหม่ เครื่องประดับจึงน่าจะเป็นวัตถุที่สามารถติดตามบุคคลที่ล่วงลับไป เพื่อทำหน้าที่รับใช้บุคคลนั้นต่อไปในโลกข้างหน้านั่นเอง

แฟชั่นรองเท้าผ้าไทยที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

แฟชั่นรองเท้าผ้าไทยที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดสร้างสรรค์ไปพร้อมกับการนำเสนอความเป็นไทยผ่านผ้าทอมือ รองเท้าหนังแท้ผสมผสานผ้าไทย ที่นำเสนอคุณภาพและเอกลักษณ์ของหนังไปพร้อมๆ กับความเป็นไทยในเนื้อผ้า การนำผ้าไทยแบบดั้งเดิมมาใช้กับรองเท้าหนังแฟชั่น กระตุ้นให้คนสนใจและอยากใช้ ความแตกต่างและมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครที่ใช้ผ้าไทยล้วน

สามารถใส่ได้ทุกโอกาส ทุกเพศ ทุกวัย นอกจากความสะดุดตา การใช้งาน และคุณภาพสินค้า การเลือกใช้ผ้าและหนัง โดยดูจากความสัมพันธ์ของสี และความสะดวกในการทำความสะอาด การใช้หนังวัวแท้เกรดพรีเมี่ยม ไม่ว่าจะเป็นหนังออยล์ หนังกลับ หนังนิ่ม หนังนูบัค หนังซีซีโอ และเลือกใช้ผ้าไทย มีทั้งผ้าขาวม้า ผ้าไหม ผ้าไหมยกโดยเลือกจากสีและลายผ้า ที่ตอบโจทย์เทรนด์สี และเทรนด์แฟชั่นในช่วงเวลาที่กำลังเป็นที่นิยมๆ จากการทำตลาดผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊คเป็นหลัก ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชอบงานดีไซน์และงานผ้า และกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานที่ชอบความโดดเด่นมีสไตล์ สร้างแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยเพื่อก้าวสู่ตลาดต่างชาติ

นอกเหนือจากงานออกแบบที่จะเพิ่มความหลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบครัน และจะยังคงแนวคิดหลักของแบรนด์ คือการผสมผสานหนังและผ้าไทย เพื่อตอบโจทย์ของตลาด ในขณะเดียวกันอนาคตก็จะขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า กระเป๋าใส่ไวน์ หรือแอคเซสซารี่อื่นๆ ที่กลุ่มลูกค้าต่างชาติ และกลุ่มที่ชอบงานออกแบบ ธุรกิจรองเท้ามีความเสี่ยงด้านการค้างสต๊อก ดังนั้นการออกแบบก่อนจะผลิตจะต้องสอบถามความต้องการของลูกค้า รวมถึงเก็บข้อมูลความต้องการของตลาดก่อน ทั้งโทนสี ขนาด ฯลฯ ให้แน่ใจว่าทำมาแล้วขายออกแน่ๆ ด้วยข้อจำกัดของงานแฮนด์เมดรองเท้า จึงมีปัญหาด้านการผลิตสินค้าได้น้อย โดยการรับออเดอร์ต่างประเทศ ลูกค้าต้องสั่งจองล่วงหน้า และแม้ว่าจะมีปัญหาดังกล่าวเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่จะผลิตสินค้าออกมาอย่างสมบูรณ์แบบเรียบร้อย ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ทันตามเวลาที่กำหนด

แฟชั่นเครื่องประดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

Vanessa-Hessler-at-Guess-Accessories-Campaign-2เครื่องประดับแต่ละชิ้นย่อมทำให้บุคลิกลักษณะของผู้สวมใส่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เครื่องประดับบางชิ้นเมื่อประดับอยู่บนเรือนร่างของผู้หนึ่งแล้วทำให้ผู้นั้นดูสวนงามยิ่งขึ้น แต่เมื่อไปประดับอยู่กับอีกท่านหนึ่งกลับดูขัดตาอย่างไรพิกล ทั้งนี้ด้วยบุคลิกลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคนที่กำเนิดเกิดมาแตกต่างกัน ทั้งรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ การออกแบบเครื่องประดับจึงเน้นจุดสนใจด้านความสวยงามก่อนเป็นสำคัญซึ่งรวมไปถึงความละเอียดประณีตด้วย ประโยชน์ใช้สอยเป็นสิ่งรองลงไป ในขณะเดียวกันเครื่องประดับมักจะเป็นเรื่องของผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยผู้ใช้เครื่องประดับควรรู้จักเลือกเสื้อผ้าให้มีความเหมาะสมไปกันได้กับเครื่องประดับที่ใช้ด้วย หากผู้ใช้เครื่องประดับไม่มีรสนิยมในการเลือกซื้อเลือกใช้ เครื่องประดับที่มีราคาแพงจะดูด้อยราคาเหมือนของราคาถูก ไม่มีคุณค่าแก่ผู้พบเห็น

การเลือกเครื่องประดับสำหรับใส่ไปทำงาน ควรเลือกแบบที่ดูเรียบร้อยไม่ใหญ่มากและไม่ดูเป็นอลังการงานสร้างจนเกินไป แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับหน้าที่การงานของคุณอีกด้วย เพราะถ้าอาชีพของคุณคือสาวนักประชาสัมพันธ์หรือนางแบบสามารถเลือกใส่สร้อยหรือตุ้มหูเก๋ๆที่เน้นดีไซน์และขนาดใหญ่หน่อยก็ได้ แต่ถ้าคุณเป็นสาวออฟฟิศทั่วไปละก็ไม่ควรอย่างยิ่งเพราะแค่สร้อยคอที่ดูโดดเด่น เปรี้ยวๆ หรือเป็นแบบระย้าประดับเพชรเส้นโตๆเพียงเส้นเดียวจะดูไม่เหมาะ ไม่เรียบร้อย ควรเน้นที่ดูเรียบร้อย มีดีเทลหน่อยๆกำลังน่ารัก เลือกที่เหมาะนอกจากทำให้เรารู้สึกสดชื่นแล้วยังเป็นที่สบายตา ชื่นชอบจากคนรอบข้าง

เครื่องประดับที่เหมาะกับรูปร่าง

– รูปร่างอ้วนเตี้ย ภาพรวมของเครื่องประดับควรจะมีขนาดใหญ่กำลังสวย อย่าชิ้นใหญ่มากจนเกินไป หรือมีน้ำหนักมากซึ่งจะยิ่งทำให้ดูเตี้ยและน่าอึดอัดแทน
– รูปร่างสูงใหญ่ รูปแบบเครื่องประดับควรมีขนาดใหญ่พอดี อย่าใช้เครื่องประดับที่ออกแบบแข็งทื่อ ซึ่งจะทำให้รูปร่างดูสูงใหญ่และหนามากขึ้นไปอีก เครื่องประดับควรมีลักษณะสวยอ่อนช้อย ดูนุ่มนวล สบายตาไม่อึดอัด
– รูปร่างผอมสูง เครื่องประดับที่สวมใส่ควรเป็นแบบที่ทำให้มีความกว้างใหญ่มากกว่าปกติเล็กน้อย สร้อยคออาจทำเป็นแผ่นโค้งไปตามลำคอ ส่วนสร้อยข้อมือก็ควรทำเป็นแผ่นแบนกว้างหรือเป็นกำไลวงใหญ่คล้ายปลอกแขนปลอกข้อมือ
– รูปร่างเล็ก เครื่องประดับควรมีขนาดใหญ่พอสมควรประดับไม่มากชิ้นจนเกินไป และเป็นเครื่องประดับที่ดูดีมีราคาจะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูสง่างามขึ้น

เสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกาข้อมือวินเทจ และเครื่องประดับ เป็นกระแสที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“วินเทจ” หมายถึง Antique หรือที่เราเรียกว่าของเก่าแต่ที่จริงแล้วคือการหมักบ่มไวน์ตามรากศัพท์แล้ว Vintage ยังหมายถึงอะไรที่เน้น High Quality ด้วยนะคะ สังเกตที่ลายผ้า, Pattern, Cutting เป็นต้น ย้อนๆ กันไปได้ถึงยุคซินเดอเรลล่า กระโปรงบานเลย เขยิบมาหน่อยก็แนวๆ กุหลาบบานเต็มเมืองลายลูกไม้แบบ วิคตอเรียน เขยิบใกล้เข้ามาอีก ก็สมัยสงครามโลก หรือ อย่างคุณหญิงกีรติ ข้างหลังภาพก็ได้ พูดง่ายๆ ก็คือเป็น กระแสแฟชั่นย้อนยุคของการออกแบบในทุกแขนงรวมถึงเครื่องแต่งกาย หรือลักษณะที่ดูเก่าหรือย้อนยุค

ปัจจุบันทั่วโลกให้ความสนใจในสินค้าวินเทจเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้และรวม ไปถึงแนวคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่นำเอาเรื่องราวของยุคสมัยที่ผ่านมาแล้วเป็นแนวคิดหลัก ในการสร้างสรรค์ผลงาน

ปัจจุบันมีสินค้าจำนวนมากที่กำลังเป็นที่นิยม ดังเช่น เสื้อผ้าวินเทจ กระเป๋าวินเทจ นาฬิกาข้อมือวินเทจ และเครื่องประดับต่างๆ จนเกิดเป็นกระแสที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และทำให้ผู้คนสนใจในการนำเอารูปแบบจาก ยุคต่างๆ มาประยุคให้เข้ากับการแต่งกายใน ชีวิตประจำวัน ในทางแฟชั่นคำๆ นี้ก็เลย หมายถึงการเก็บของเก่าให้ผ่านช่วงระยะ เวลาหนึ่ง พอหยิบของเก่าออกมาใช้อีกที ก็จะได้ความรู้สึกที่คลาสสิก และก็มีเสน่ห์ หรือว่าจะเป็นการทำของใหม่ที่ให้ความรู้สึกละเมียดละไม แบบของเก่าก็ได้ ซึ่งสินค้าในร้านของเราคงจะไม่เน้นแนวหวาน ลายดอกอะไรมากมาย ออกแนวสมัยสงครามโลกมากกว่า ที่เน้นแฟชั่นสีเรียบๆ กระเป๋าหนังโทนสีน้ำตาล หรือกระเป๋าผ้าแคนวาสผสมกับหนัง เป็นอะไรที่คลาสสิคสุดๆ ถ้าให้เปรียบคงเป็นแนว Modern Vintage ทั้งกระเป๋า นาฬิกา เป็นแนวเรียบๆ สีสันไม่ฉูดฉาด เน้นโทนสีที่เข้ากับเสื้อผ้าได้ง่าย เช่น ดำ, น้ำตาล, กากี, กรมท่า, เขียวขี้ม้า เป็นต้น

ก่อนจะแต่งลุคนี้ขออธิบายเยอะหน่อยนะคะ เพราะหลายคนเข้าใจว่า วินเทจ Fashion หรือ Style ต้องเป็นแต่ชุดลายดอก, ลูกไม้, เสื้อมี Pad หนุนบ่า และกระเป๋าหนังขนาดกะทัดรัด สะพายปล่อยสายยาวเท่านั้น จริงๆ แล้วมันมีเยอะมากๆ ขึ้นอยู่กับที่คุณเลือกเอามาผสมผสาน ให้เกิดความหลากหลายและสะดุดตามากกว่า ไม่จำเป็นว่าแต่ง วินเทจ แล้วออกมาเป็นลุคเดียวกันหมด

เสน่ห์ของ Vintage Fashion คือแบบที่แต่งแล้วไม่ซ้ำใครแต่จะได้คะแนนเต็ม ก็ตรงที่การเลือกมาประยุกต์เป็นตัวของเราเอง นี่สิกินขาด แบบ “สวยไม่สน” เพราะไม่มีทางที่ใครจะมาซ้ำกับคุณได้เลย อย่าลืม shopping ทุกครั้ง ลองแนว Old & New มาผสมกันมันล้ำกว่ากันเป็นไหนๆ ตอนนี้คุณก็เดาออกแล้วใช่ไหมคะว่า Trend ของซีซั่นหน้าจะเป็นอะไร จริงมั๊ยคะ

การตลาดแฟชั่นที่ดีที่สุดในโลก ต้องคำนึงถึงคนที่ยืนอยู่หน้ากระจกเป็นสำคัญ

 

คำว่า “แฟชั่น” และ “การตลาด” เป็นคำที่สามารถใช้แทนกันได้ แน่นอนว่าแฟชั่นแบรนด์ไม่อาจหวังที่จะเดินทางไปกับการทำตลาดตัวเองโดยลำพัง ผู้บริโภคไม่ได้โง่ Jean-Jacques Picart ที่ปรึกษาด้านแฟชั่นแห่งปารีสบอกผมว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมให้คำแนะนำแบรนด์หรูมากมาย สิ่งหนึ่งที่ผมนั้นมั่นใจมาตลอด คือ คุณโกหกไม่ได้ คุณอาจจะพูดเกินจริงได้บ้าง คุณอาจเรียบเรียงความจริงได้บ้างแต่คุณหลอกลวงไม่ได้ การตลาดสามารถกระตุ้นให้ลูกค้าเปิดประตูเข้ามาในร้านแต่ถ้าลูกค้าสู้สึกว่าเสื้อที่ขายอยู่ในร้านดูน่าเกลียด เขาก็จะเดินออกไป วันนี้สินค้าทุกระดับต้องรักษาสมดุลระหว่างราคา คุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และการสวมใส่ได้จริง หากตัวแปรตัวใดตัวหนึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน ก็จะเกิดปัญหา ลูกค้าไม่ได้โง่นะ การตลาดที่ดีที่สุดต้องคำนึงถึงคนที่ยืนอยู่ที่หน้ากระจกเป็นสำคัญ”

นักการตลาดมักพูดกันว่าจำเป็นต้อง “สอน” ผู้บริโภค ที่จริงแล้วกระบวนการที่นักการตลาดต้องการอาจเป็นเพียงการ “ชักชวนให้ชื่อ” หรือไม่ก็ “เชื้อเชิญให้เห็นด้วย” มากกว่า การพูดว่าสอนผู้บริโภคดูเหมือนเป็นการกระทำแบบ “สะเออะ” ไม่ได้รับการเชื้อเชิญ อย่างไรก็ดีผู้บริโภคก็ถูกสอนอยู่ดี ในทุกครั้งที่ สัมภาษณ์โฆษณา คนพวกนี้มักบอกผมว่า ผู้บริโภคเป็นคนซับซ้อน ผู้บริโภคสามารถถอดรหัสการตลาดได้เร็ว และมีประสิทธิภาพ หากเนื้อหาในการสื่อสารไม่ได้ถูกนำเสนออย่างดีและมีสไลต์ ก็จะเป็นการทำร้ายแบรนด์ไปโดยไม่รู้ตัว

ผู้บริโภคสินค้าแฟชั่นเป็นคนที่ซับซ้อนเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความกว้างของคอเสื้อความสูงของรองเท้าบูท นั้นก็หมายความว่าจินตนาการเบื้องหลังแนวคิดเรื่องแฟชั่น เป็นอะไรที่ไม่สามารถทำแบบหยาบๆ วันนี้โฆษณาที่ดีที่สุดไม่เหมือนโฆษณาโดยสิ้นเชิง แคมเปญโฆษณาที่มีประสิทธิภาพที่สุดต้องเป็นโฆษณาที่อยู่ใต้เรดาร์ที่กลุ่มเป้าหมายไม่ได้ตระหนักถึงการมีอยู่ของโฆษณาแบบนี้กระทั้งทุกอย่างสายเกินไป หรือไม่ กลุ่มเป้าหมายก็จะชื่นชมในความสุขุมรอบคอบของแบรนด์จนยอมรับเป็นแฟชั่นไปในที่สุด

ผู้บริโภคฉลาดขึ้นทุกวัน และกลายเป็นคนที่เรียกร้องมากขึ้นทุกวัน หากแฟชั่นเป็นอะไรที่ไม่ใช่ของจริงไปแล้วล่ะ ก็จะเป็นไปได้อย่างไรที่ เสื้อผ้าจะถูกขายได้ในราคาที่สูงกว่าเดิมเป็นสี่เท่าเพียงเพราะมีโลโก้ นักช้อปปิ้งทุกคนต่างก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น เริ่มเหมือนคนที่ทำงานอยู่ในธุรกิจแฟชั่น ตลอดระยะเวลาที่ผมทำงานนี้ และสัมภาษณ์คนที่อยู่ในวงการแฟชั่น สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจมากคือ คนที่ทำงานในวงการนี้ไม่ได้เป็นคนที่ติดแฟชั่นเหมือนที่ผมเข้าใจ คนพวกนี้มีสไตล์ แต่ดูไม่ออกว่าเป็นคนที่เป็นเหยื่อแฟชั่น คนพวกนี้ใส่เสื้อที่ดูดี หรือไม่ก็ยีนส์แส้อยืด คนพวกนี้เข้าใจเป็นอย่างดีจนกระทั้งปฏิเสธที่จะตกเป็นเหยื่อ ซึ่งลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก็คิดแบบนี้เช่นกัน ดีไซเนอร์อย่าง Alber Elbaz กล่าวว่า “ฉันคิดว่าการนำเสนอความอิสระ และสวยงามแบบไม่มีขีดจำกัดจะเดินหน้าต่อไปสำหรับกระแสแบบนี้”

ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศญี่ปุ่น

ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่ โดยตลาดค้าปลีกมีมูลค่าประมาณ 1,250,000 ล้านเยน อย่างไรก็ดี การที่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นอยู่ในภาวะถดถอยในปัจจุบัน ทำให้ประชากรญี่ปุ่นมีรายได้ในการจับจ่ายใช้สอยลดลงและสนใจหาซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยรวมทั้งเครื่องประดับอัญมณีลดลง โดยการนำเข้าจะเป็นไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ไม่เหมือนกับช่วงเศรษฐกิจเฟื่องฟูในอดีต

1 การนำเข้าเครื่องประดับอัญมณีของญี่ปุ่นในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปัจจุบันจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนเช่นในอดีต นอกจากนี้ ชาวญี่ปุ่นยุคใหม่ส่วนหนึ่งจับจ่ายใช้สอยเงินมากขึ้นในการท่องเที่ยวและการพักผ่อนหย่อนใจ ไม่เน้นการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยเช่นเครื่องประดับอัญมณีเหมือนในอดีต

2 การที่ญี่ปุ่นมีประเพณีในการมอบของขวัญให้แก่กัน และนิยมซื้อหาเครื่องประดับและอัญมณีเป็นของขวัญให้ญาติมิตรและผู้ที่สนิทสนมในวาระโอกาสต่างๆ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การจำหน่ายเครื่องประดับและอัญมณีในตลาดญี่ปุ่นยังคงมีโอกาสที่ดีเมื่อประชาชนมีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น

3 เครื่องประดับเงินเป็นสินค้าที่มีโอกาส เนื่องจากมีราคาถูก มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก Lifestyle ของสตรีญี่ปุ่นเปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน นิยมเลือกซื้อเครื่องประดับเงินให้เข้ากับชุดแต่งกายซึ่งมีแฟชั่นหลากหลายสำหรับในวาระต่างๆ นอกจากนี้ เครื่องประดับทองคำขาวก็เป็นเครื่องประดับยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นของมีค่า สวยมาก และมีระดับ (Class)

4 ลู่ทางตลาดที่น่าสนใจในการเจาะขยายตลาดเครื่องประดับและอัญมณีในประเทศญี่ปุ่น คือ การจำหน่ายทาง Mail Order Catalogue และการจำหน่ายทางโทรทัศน์ช่องต่างๆ การจำหน่ายทางโทรทัศน์ ที่จำหน่ายสินค้าเป็นการเฉพาะ อาทิ ช่อง Shop Channel และการจำหน่ายทาง Internet ซึ่งลู่ทางตลาดดังกล่าวมานี้เป็นช่องทางตลาดใหม่ และเหมาะสำหรับสินค้าเครื่องประดับและอัญมณีมาก

อุตสาหกรรมเครื่องประดับอัญมณีจึงยึดหลักของกระบวนการผลิตในระบบอุตสาหกรรมมาเป็นมาตรฐาน

7

อุตสาหกรรมแยกประเภทโดยถือเกณฑ์อื่น ๆ ได้อีก เช่น แยกประเภทอุตสาหกรรม ตามลักษณะการใช้ แบ่งออกเป็นอุตสาหกรรมสินค้าทุน และอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค แยกประเภทโดยคำนึงถึงลัษณะสภาพของผลิตภัณฑ์ แบ่งออกเป็นอุตสาหกรรมประเภทถาวร ประเภทกึ่งถาวร และประเภทไม่ถาวร ฯลฯ แต่การแบ่งประเภทอุตสาหกรรมในลักษณะดังกล่าว มีการอ้างถึงน้อย ดังนั้น การผลิตเครื่องประดับจัดอยู่ในประเภทของอุตสาหกรรมทั้งหมดที่กล่าวมา เพราะในปัจจุบันเครื่องประดับมีการผลิตทั้งที่เป็น อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ทำการผลิตในระบบ อุตสาหกรรม หรือกระทั่งมีการผลิตกันเองภายในครอบครัว ซึ่งจัดอยู่ในอุตสาหกรรมขนาดเล็ก

อุตสาหกรรมเครื่องประดับอัญมณี จึงยึดหลักของกระบวนการผลิต ในระบบอุตสาหกรรมมาเป็นมาตรฐานและแนวทางในการผลิตเครื่องประดับเพื่อที่จะผลิตเครื่องประดับที่มีคุณภาพและถูกต้องตามมาตรฐานในระบบอุตสาหกรรมปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยยังไม่หลุดพ้นภาวะถดถอย ตลาดการค้าเครื่องประดับเริ่ม มีการขยายตัวในอัตราต่ำ นักวิเคราะห์และคนในวงการตลาดค้าเครื่องประดับและอัญมณีของไทย ได้แสดงความเห็นและคาดการณ์แนวโน้มเครื่องประดับอัญมณีไทย ที่จะเกิดขึ้นไปจนถึงสิ้นปี 2011 และ ในปีต่อไป ในด้าน พฤติกรรมผู้บริโภค ภาวะตลาดค้าปลีก ช่องทางจัดจำหน่าย จำนวนผู้ประกอบการ และ สินค้าเครื่องประดับกลุ่มใหม่ สรุปได้ ดังนี้

ปัจจุบันผู้บริโภคไทยยังไม่ผ่านมรสุมเศรษฐกิจตกต่ำของไทย ภาวะดังกล่าวได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบริโภค จากที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไปเป็นแบบใช้จ่ายประหยัด ซื้อหาสินค้าราคาย่อมเยา หรือกล่าวได้ว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันมีความเคยชินกับการใช้จ่ายแบบประหยัด เป็นนิสัยไปแล้ว ซึ่งนักออกแบบเครื่องปรดับมีความเชื่อว่า ภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคแบบฟุ่มเฟือยหรือมือเติบเช่นในช่วงปี 2545-2550 จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ในเรื่องของวัสดุในการผลิตที่ถูกลง ผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคตของไทย จะซื้อเครื่องประดับที่มีราคาระดับกลางหรือราคาย่อมเยา ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริโภคไทยจะขายเครื่องประดับราคาแพงที่เก็บหรือสะสมไว้ เพื่อนำเงินที่ได้รับไปใช้จ่าย และซื้อเครื่องประดับในราคาที่ย่อมเยา

ปัจจุบันตลาดค้าปลีกเครื่องประดับและอัญมณีของไทย ในหมวดของเครื่องประดับเทียม ยังขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะโบ๊เบ๊,ประตูน้ำ,สำเพ็ง,วงเวียนใหญ่ ผู้นำตลาดค้าปลีกเครื่องประดับรายใหญ่ที่สุดของไทย และร้านค้ามากมายทั่วประเทศ ภาวะยอดขายกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเปิดร้านสาขาเพิ่มเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่วงการ ค้าปลีกเครื่องประดับกำลังจับตามอง และถูกวิพากวิจารณ์ อย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้ ซึ่งหากสถานะการค้าของร้านเครื่องประดับราคาแพงเลวร้ายลงไปอีก จะส่งผลกระทบต่อตลาดค้าเครื่องประดับราคาถูกเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของยอดขายที่คนซื้อไทยนิยมของราคาไม่แพง

ในปีนี้ตลาดเครื่องประดับของไทยจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงปีที่ผ่านมาการส่งออกเครื่องประดับของไทยมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ทำให้ตลาดมีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท โดยการขยายตัวดังกล่าวเกิดจากการที่นักลงทุนหันมาเก็งกำไรและลงทุนกับทองมากขึ้น ส่วนการส่งออกเฉพาะสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ไม่นับรวมทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูป กลับหดตัวลงร้อยละ 17.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับปีก่อน ส่งผลให้การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ไม่นับรวมทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปของไทยถดถอยลงอย่างเด่นชัดนับตั้งแต่ช่วงเวลาดังกล่าวจวบจนปัจจุบัน

ยิ่งเศรษฐกิจโลกเกิดปัญหาจึงทำให้ผู้บริโภคชาวต่างชาติหันไปซื้อสินค้าเครื่องประดับที่ราคาไม่แพง ส่งผลให้ตลาดเครื่องประดับของไทยประสบปัญหาขาดแคลนรายได้ อีกทั้งการปรับตัวของราคาเงินและทองคำซึ่งเป็นวัตถุดิบในการทำเครื่องประดับมีราคาที่สูงขึ้น และมีราคาขึ้นลงตลอดเวลา จึงทำให้เครื่องประดับไทยต้องขึ้นราคาตามไปด้วย

ทางด้านผู้ประกอบการเองต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา หากไม่เร่งปรับปรุงกลยุทธ์ก็อาจจะยิ่งส่งผลร้ายต่อกิจการมากขึ้นก็เป็นไปได้นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางรายก็มุ่งขยายจากการเป็นผู้ผลิตสินค้าเครื่องประดับอัญมณีกลุ่มกลาง-สูง (Medium-High End) ให้กับแบรนด์ระดับโลก มาเป็นบริษัทแบรนด์เครื่องประดับโลก (World Class Jewelry Brand Company) ซึ่งมีฐานการจัดจำหน่ายและค้าปลีกกระจายไปตามภูมิภาคที่สำคัญของโลกเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันภาครัฐเองก็ได้มีการส่งเสริมในด้านการยกเลิกเก็บภาษีวัตถุดิบ โดยเหลือเพียงการเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละละ 1 เท่านั้น ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนต่ำลง และสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ นอกจากนี้ภาครัฐยังเร่งเปิดตลาดให้กับผู้ประกอบการชาวไทยด้วย

อีกไม่นานคาดว่าตลาดเครื่องประดับของไทยน่าจะมีการเติบโตขึ้นอีกหลายเท่าหลังจากที่ประสบปัญหาต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบที่สูงมานาน โดยคาดว่าเครื่องประดับเงิน และเครื่องประดับเทียมจะยังคงมีโอกาสขยายตัวได้ระดับหนึ่ง เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำที่ยังคงชื่นชอบการแต่งตัวได้เป็นอย่างดี เนื่องด้วยราคาถูกกว่าเครื่องประดับทอง อีกทั้งยังมีตลาดต่างประเทศที่สำคัญเปิดรับผู้ประกอบการชาวไทย

แฟชั่นไอเทมที่กลายเป็นสไตล์แห่งความร่วมสมัยไร้กาลเวลา

แม้การขับเคลื่อนในวงการแฟชั่นระดับโลกจะหมุนไปเร็วเท่าใด แต่มีบางสิ่งที่ไม่เคยหมุนตาม และนี่คือประเด็นที่เราจะหยิบยกมาเป็นเรื่องราวในฉบับนี้กันค่ะ เมื่อถึงช่วงเปลี่ยนฤดูกาลเรามักจะได้เห็นความสดใหม่ของดีไซน์ สไตล์ทันสมัยที่สร้างความประหลาดใจให้เราเสมอบนรันเวย์โชว์ระดับโลกหรือแม้แต่ในภาพยนตร์ ซีรี่ย์เรื่องดังที่นำแฟชั่นมาผสมผสานจนกลายเป็น Must Have ประจำซีซั่นนั้นๆ โลกแห่งแฟชั่นปัจจุบันจึงยังคงถวิลหาความคลาสสิก จนทำให้แฟชั่นไอเทมบางชิ้นกลายเป็นสไตล์แห่งความร่วมสมัยไร้กาลเวลา

1. Little Black Dress
ต้นกำเนิดของ Little Black Dress หรือ LBD หนึ่งใน Must Have ชิ้นสำคัญของตู้เสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงทุกคนบนโลกนั้นมาจากแฟชั่นดีไซเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่นาม โคโค ชาเนล หญิงสาวผู้ปฏิวัติวงการแฟชั่นกว่าหนึ่งร้อยปีก่อน ในยุค 20’s ชาเนลได้นำชุดเดรสสีดำลงในโว้ค ฉบับอเมริกา ด้วยเหตุผลที่ว่าสวมใส่ง่าย สามารถใส่ได้ทุกโอกาส ทุกเวลา นับตั้งแต่นาทีนั้นวงการแฟชั่นโลกต้องบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทันที จนมาถึงในยุคปัจจุบันแม้แฟชั่นดีไซเนอร์จะเนรมิตความล้ำนำเทรนด์มากมายแค่ไหน แต่หนึ่งในคอลเลกชั่นนั้นมักจะมี Little Black Dress อยู่ในผลงานล่าสุดเสมอ ชุดเดรสสีดำจึงกลายเป็นผลงานสุดคลาสสิกที่วงการแฟชั่นได้สร้างไว้ให้แก่คนรุ่นหลังแบบไร้กาลเวลาอย่างแท้จริง

2. High Heels
“เมื่อคุณสวมรองเท้าส้นสูงคุณจะเปลี่ยนไปในทันที” Manolo Blahnik แฟชั่นดีไซเนอร์คนดังที่ประสบความสำเร็จด้วยการออกแบบรองเท้าส้นสูงหลากสไตล์ จนกลายเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ ทั่วโลกได้ให้ข้อคิดแก่พวกเธอสำหรับการมีรองเท้าส้นสูงแสนสวยสักคู่ไว้ในครอบครอง ข้อดีอันดับแรกในการเป็นเจ้าของรองเท้าส้นสูงคุณภาพดีคือมันสามารถดูดีได้ในทุกชุดที่สวมใส่ ขาคุณจะแลดูเพรียวยาวขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อและมันยังบ่งบอกถึงรสนิยมอันล้ำค่าของตัวคุณเอง รองเท้าส้นสูงมีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศสปี 1500 เพราะในสมัยนั้นเชื่อว่ารองเท้าส้นสูงคือสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งก่อนจะสูญหายไปเนื่องจากการปฏิวัติฝรั่งเศส แล้วรองเท้าส้นสูงก็กลับมาผงาดบนเรียวเท้าของหญิงสาวอีกครั้งมาจนปัจจุบัน

3. Jeans
ในยุคเก่าก่อน “ยีนส์” อาจเป็นแฟชั่นสำหรับคนงานทำเหมืองที่ต้องการกางเกงที่ทนต่อทุกสภาวะแวดล้อม แต่ในยุคนี้กางเกงผ้าฝ้ายหยาบสีฟ้า – น้ำเงิน ถูกนำมาปรับโฉมใหม่ให้สวมใส่สบายและเหมาะกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ยิ่งในปัจจุบันการจะเป็นเจ้าของกางเกงสักหนึ่งตัวเป็นเรื่องง่ายแสนง่าย เพราะในตลาดแฟชั่นต่างแข่งขันกันดัดแปลงยีนส์เพื่อนำเสนอในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กระโปรงหรือแม้แต่นำมาตัดเย็บเป็นกระเป๋า รวมทั้งการผสานวัสดุต่างๆ นวัตกรรมการขัด ฟอก สีของยีนส์ให้กลายเป็นแฟชั่นมากขึ้น แล้วทำไมเราถึงจะไม่ต้องการแค่เป็นเจ้าของกางเกงยีนส์สวมใส่สบายและเหมาะกับรูปร่างล่ะ เชื่อเราเถอะค่ะว่ากางเกงยีนส์นี้จะเป็นแฟชั่นไอเทมที่คงอยู่ตลอดกาลอย่างแน่นอน

4. White Shirt
เสื้อเชิ้ตสีขาวนั้นก็เป็นแฟชั่นที่มาจากโคโค ชาเนลอีกเช่นกัน ในยุคก่อนผู้หญิงจะนิยมสวมคอร์เซ็ตรัดรึงรูปทรงให้เข้าที่ นั่นทำให้พวกเธอแทบจะหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียว แล้วโคโค ชาเนลก็ได้โยนคอร์เซ็ตอันแสนอึดอัดรัดติ้วทิ้งไว้เบื้องหลัง แทนที่ด้วยการตัดเย็บเสื้อเชิ้ตสวมใส่สบายมาไว้เบื้องหน้าแทนชุดสุดทรมาน เพราะเธอเชื่อว่าการผู้หญิงที่ต้องไปทำงานนั้นควรสวมใส่อะไรที่สบายตัวไม่ใช่ชุดแน่นๆ แบบนี้ และนี่ก็เป็นที่มาของการที่ผู้หญิงเลือกจะสวมเสื้อเชิ้ตเพื่อความคล่องแคล่ว การมีเชิ้ตสีขาว คัตติ้งเยี่ยมสักตัวนับสิ่งที่ผู้หญิงอย่างเราควรจะมีไว้จริงๆ เพราะไม่ว่าเวลาไหนคุณก็สามารถหยิบเชิ้ตมาแมตช์ลุคกับชิ้นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์ กระโปรง กางเกงขาสั้นหรือกางเกงทำงานได้อย่างลงตัวค่ะ

5. Pencil Skirt

หลายสิ่งหลายอย่างมีการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 20 ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ความคิดหรือแฟชั่น บทบาทของ “กระโปรง” ก็เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่กลายสัญลักษณ์สำคัญของผู้หญิงในยุคทเวนตี้ แม้ยุคก่อนหน้าผู้หญิงจะสวมกระโปรงแบบสุ่มเป็นแฟชั่นประจำกาย แต่กระโปรงสั้นกลับได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงศตวรรษที่ 20 เพราะผู้หญิงหันมาใส่กระโปรงสั้นทรงดินสอเป็นครั้งแรกเพราะทุกคนต้องทำงานนอกบ้าน กระโปรงนี้จึงเป็นแฟชั่นทางเลือกเพื่อความคล่องตัว มาในปัจจุบันพัฒนการของดีไซน์กระโปรงมีมากมายจนเลือกไม่ถูก แต่ทรงกระโปรงที่ผู้หญิงควรเป็นเจ้าของคือทรงดินสอนี่แหละ ที่สามารถเข้ากันได้ดีกับทุกรูปร่าง ทุกกาลเทศะและทุกโอกาส มิกซ์แอนด์แมตช์ได้ง่ายแถมยังเสริมให้รูปร่างเราดูดีขึ้นทันตาเชียวล่ะ

6. Trench Coat
ตัวเก่งประจำตู้เสื้อผ้าสำหรับสาวเมืองหนาว Trench Coat ถือเป็นคลาสสิกไอเทมอีกชิ้นที่เป็นแฟชั่นสารพัดประโยชน์ ไม่ว่าจะใส่ไว้กันอุณหภูมิที่หนาวเหน็บ กันลมเย็นกระทบผิวกายหรือแม้แต่กันฝนพรำ สไตล์ของเทร้นช์ โค๊ตจะมีลักษณะเป็นเสื้อคลุม ยาวระดับเข่า มีสายผูกเอวและกระดุม 2 แถว โทนสีเบจหรือสีดำ แต่ปัจจุบันเราสามารถเลือกความเก๋ไก๋ได้หลายระดับ โดยเฉพาะแบรนด์ดังที่สร้างสรรค์สไตล์ของเสื้อโค๊ตตัวยาวในทุกฤดูกาล แบรนด์เก่าแก่ที่มีเทร้นช์โค๊ตตั้งแต่ยุค 80’s เห็นจะเป็น Burberry แบรนด์ดังสัญชาติอังกฤษที่ออกแบบเสื้อคลุมนี้ในยุคเริ่มแรก ซึ่งเรียกว่า Original Trench สาวไทยอย่างเราก็ได้แต่มองด้วยความอิจฉาแต่ถ้าคุณมาดมั่นพอก็หยิบเทร้นช์โค๊ตตัวสวยมาสวมใส่ในฤดูหนาวบ้านเราก็เชิญตามสบายค่ะ

7. A Quality Leather Bag
อีกหนึ่งความคลาสสิกร่วมสมัยที่บ่งบอกถึงรสนิยม ความมีสไตล์และระดับความหรูหราของผู้ใช้ “กระเป๋า” สำหรับไอเทมนี้ถือเป็นปัจจัยที่ห้าของผู้หญิงไปแล้วค่ะ ความนิยมของกระเป๋านั้นเริ่มมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 สมัยนั้นกระเป๋ายังเป็นแบบคาดเอว โดยผลิตจากวัสดุที่เป็นหนังสัตว์ ยิ่งมีคุณภาพตัดเย็บและราคาแพงมากเท่าไหร่นั่นบ่งบอกถึงฐานะและความสูงศักดิ์โดยดูได้จากกระเป๋าคาดเอวนี่แหละค่ะ เมื่อในยุคของกระเป๋าถือเริ่มเฟื่องฟู แบรนด์เนมระดับโลกต่างก็พร้อมใจผลิตกระเป๋าถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมอยู่ในคอลเลกชั่น โดยผลิตจากวัสดุหนังสัตว์ชั้นดี คุณภาพเลิศ นับแต่นั้นกระเป๋าจึงไม่ใช่สิ่งของฟุ่มเฟือยอีกต่อไป การเป็นเจ้าของกระเป๋าถือแบรนด์ดังสักใบไม่ได้เป็นเพียงสิ่งเชิดหน้าชูตาแต่ยังรวมไปถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน เพราะกระเป๋าแบรนด์เนมมักจะนิยมใช้วัสดุคุณภาพสูง ตัดเย็บด้วยมือ ดีไซน์ร่วมสมัยใช้ได้ตลอดทุกยุคทุกสมัย แค่คุณหยิบออกมาใช้ก็คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เสียไปแล้วค่ะ

เมื่อการตลาดเปลี่ยนโลกแห่งวงการแฟชั่น

ภาพการเยื้องย่างของนางแบบ นายแบบบนแคทวอล์ค มักทำให้คนจินตนาการไปถึงการเดินแฟชั่นโชว์ของห้องเสื้อ หรือดีไซเนอร์ชั้นนำ และบ่อยครั้งที่ความคิดสร้างสรรค์ ความหรูหรา เสน่ห์ และลีลาของแฟชั่นได้กลายเป็นองค์ประ- กอบสำคัญที่ผลักดันให้เราเสียเงินเพื่อซื้อหาเสื้อผ้าอาภรณ์ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีความจำเป็น ต้องใช้มันจริงๆ แม้ธุรกิจแฟชั่นจะสร้างมูลค่าจนสามารถผลิดอกออกผลได้อย่างมหาศาล แต่ถ้าจะทำความเข้าใจอุตสาหกรรม แฟชั่น กันให้ลึกซึ้งจริงๆ คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหยั่งถึงได้ในเวลาสั้นๆ เพราะเสื้อผ้าเมื่อผลิตเสร็จออกจาก โรงงาน มันก็เป็น เพียงสิ่งที่มีไว้เพื่อสวมใส่เท่านั้น แต่ทันทีที่นักการตลาดเอื้อมมือไปจับต้องเสื้อผ้าธรรมดา มันก็จะกลายเป็น “แฟชั่น” ทันที

ทุกวันนี้ หลายคนอาจมองอุตสาหกรรม “แฟชั่น” ว่าไม่ใช่เรื่องของความต้องการพื้นฐาน (หรือปัจจัยสี่) โดยตรงที เดียวนัก แต่มันก็เป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล ประมาณได้ว่าเงินที่ถูกใช้ไปเพื่อเสื้อผ้า-รองเท้าทั่วโลกตกอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

ทั้งนี้สินค้าประเภทแฟชั่นและเครื่องหนังจะครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด อยู่ที่ประมาณ 42% ของยอดขาย ขณะที่น้ำหอมและเครื่องสำอาง ซึ่งมักจะขายโดยอาศัยชื่อแฟชั่นดีไซเนอร์ จะครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 37% นาฬิกาและเครื่องประดับจะครองส่วนแบ่งที่เหลือ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่มหาศาลนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคนิคทางการตลาดและการสร้างแบรนด์ที่ซับซ้อน จึงนับเป็น เรื่องคุ้มค่ากับการเข้าไปตรวจสอบดูว่าอุตสาหกรรมนี้มันมีกลไกขับเคลื่อนอย่างไร หลายคนมองว่า เสื้อผ้าและเครื่องประดับคือภาพสะท้อนตัวตนของผู้คนในสังคม “เรารู้สึกกับตัวเราอย่างไร” “ปรารถนาให้คนอื่นมีพฤติกรรมต่อเราอย่างไร” แฟชั่นสามารถสื่อสารความต้องการนั้นออกมาได้

เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่เราจะให้คำจำกัดความของคำว่า “แฟชั่น” เพราะคำๆ นี้มีความหมายกว้างไกลเกินกว่าจะจำกัด ความได้ในตัวของมันเอง คุณภาณุ อิงคะวัต แห่งแบรนด์เกรย์ฮาวด์ มองว่า แฟชั่นคือ “เทรนด์” ” แฟชั่น คือ กระแสนิยมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาและยุคสมัย ซึ่งมันอาจเกิดขึ้นมาจากกระแสสังคม การกิน การอยู่ การใช้คำพูด เสื้อผ้า เพียงแต่คนทั่วไปมักเอาคำว่าแฟชั่นมารวมกับเสื้อผ้ากันเยอะ แต่จริงๆ แล้วแฟชั่นมันก็คือ เทรนด์ นั่นเอง”

“แฟชั่นไม่ได้มีความหมายเดียวตายตัว แต่จะแตกต่างกันไปสำหรับคนแต่ละกลุ่ม แต่ละช่วงเวลา แต่ละสถานที่หรือ บริบท ยกตัวอย่างเช่น เด็กวัยรุ่นในกรุงเทพฯ กับ แม่บ้านอาศัยอยู่ต่างจังหวัด ในระดับประเทศหรือสังคม แฟชั่นเป็น มากกว่าเสื้อผ้า มันหมายถึง วิถีการดำรงชีวิต การบริโภค มุมมอง ไม่ได้เป็นแค่เสื้อผ้า มันสามารถเป็นรถยนต์ โทรศัพท์และอื่นๆ อีก”

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแฟชั่น เพราะธุรกิจนี้อยู่ในช่วงของการเปลี่ยน แปลงครั้งสำคัญ สาเหตุประการแรกคือ อุตสาหกรรมนี้ยังคงต่อสู้กับผลกระทบของข้อบังคับด้านการค้า เกี่ยวกับสิ่งทอในเดือนมกราคม ปี 2005 ความขัดแย้งเรื่องโควต้าที่มีมายาวนาน ส่งผลให้จีนซึ่งเป็นผู้นำในตลาดสิ่งทอสามารถเพิ่มปริมาณการส่ง ออกกดดันให้ราคาสิ่งทอต่ำลงไปอีก ซึ่งแฟชั่นแบรนด์ก็น่าที่จะยกผลประโยชน์นี้ให้ผู้บริโภค เพื่อสามารถซื้อสินค้าได้ ในราคาที่ถูกลง แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความเป็นไปได้ว่าหลายๆแบรนด์จะสามารถทำธุรกิจได้แบบมีกำไรมากขึ้นด้วย ร้านเสื้อผ้าแบบ Chain Stores อาจจะสูญเสียยอดขายไปบ้าง เพราะร้านประเภทซูเปอร์มาร์เก็ตหันมาพัฒนาเสื้อผ้า ราคาถูกขาย และช่องว่างระหว่าง แฟชั่นแบรนด์ ที่มีมูลค่าเพิ่ม กับ Everyday Clothing ก็ดูเหมือนจะเห็นชัดเจนขึ้น ทุกวัน ดังนั้นแล้ว จินตนาการและการสร้างสรรค์ด้านการตลาดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ในการสร้างรัศมีความพิเศษให้ กับแบรนด์ต่างๆในทุกวันนี้ แฟชั่นอาจดูเหมือนเป็นธุรกิจที่มีอายุสั้น แต่ก็เป็นธุรกิจที่ซับซ้อนและน่าหลงใหลไม่สิ้นสุด แฟชั่นเปลี่ยนเสื้อผ้าธรรมดาให้กลายเป็นสิ่งที่ลึกลับ เปี่ยมด้วยพลัง และมีเนื้อหามากมายซ่อนอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่ยงเป็นอมตะก็คือ ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจแฟชั่นระดับไหน หรือตั้งใจจะขายใคร มันก็เป็นเรื่องของธุรกิจ ทั้งสิ้น ดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่ได้รับการชื่นชมว่าไอเดียบรรเจิด ฝีมือสุดยอด ครั้งหนึ่งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องนั่ง ทำงานให้กับกลุ่มธุรกิจแฟชั่นระดับโลกไม่กี่กลุ่ม เสื้อผ้าที่ดีไซเนอร์เหล่านี้ผลิตออกไปจะไม่มีความหมายใดเลย หากไม่สามารถสร้างยอดขายให้กระเป๋า แว่นตา และน้ำหอมภายใต้แบรนด์เดียวกันด้วย

โอกาสทางการตลาดธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ผ่านทาง Facebook

โอกาสก้อนโตสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เล็งเห็นช่องทางและศักยภาพในการตอบสนองต่อแนวโน้มดังกล่าวอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางการตลาดที่เกิดจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรและ lifestyle ของผู้บริโภค เหล่านี้ถือเป็นสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ SMEs ต้องให้ความสำคัญและจะมีผลกระทบต่อ business model ในอนาคต แนวโน้มที่สำคัญอย่างแรกคือ โอกาสที่เกิดจากวิถีชีวิตและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลของเครือข่ายสังคมออนไลน์ (social network) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ปัจจุบันเราได้เห็นการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะ social network ยอดฮิตอย่าง Facebook และ Twitter ในเชิงธุรกิจกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ทั้งในแง่ของการอัพเดทข้อมูลข่าวสาร การโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ รวมไปถึงการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ และเพิ่มยอดขาย

ธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ผ่านทาง Facebook ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน โดยพบว่าปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้บริการ Facebook ในไทยมากถึงกว่า 11 ล้านคน ซึ่งนับว่ามากเป็นอันดับที่ 16 ของโลก สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมากกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “digital lifestyle” และโลกออนไลน์ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ไปแล้ว ทั้งนี้ แม้ว่าการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์อาจจะยังไม่ใช่ตลาดหลักในปัจจุบันแต่ก็ไม่ใช่ตลาดที่จะสามารถมองข้ามได้อีกต่อไป โดยพบว่าหนึ่งในธุรกิจที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ SMEs จำนวนมากในไทยคือ ธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันจะเริ่มมีการแข่งขันในธุรกิจประเภทนี้สูงมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่เชื่อว่ายังคงมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมากในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเสื้อผ้าแฟชั่นสตรีที่มีราคาไม่สูงมากนัก เพราะนอกจากช่องทางนี้จะช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมากโดยไม่จำกัดสถานที่และเวลาแล้ว ผู้ประกอบการยังไม่ต้องมีต้นทุนในการเปิดร้านหรือเช่าร้าน รวมทั้งต้นทุนในการสต็อกสินค้าเพื่อโชว์ที่หน้าร้านอีกด้วย ขณะที่งบโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ก็ยังนับว่าถูกกว่าการโฆษณาผ่านช่องทางปกติค่อนข้างมาก ตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงความนิยมและความสำเร็จของช่องทางขายเสื้อผ้าออนไลน์ของผู้ประกอบการ SMEs คือ จำนวนกด “like” โดยพบว่า SMEs ไทยรายหนึ่งที่ขายเสื้อผ้าผ่านทาง Facebook มียอดกด like จาก fan page สูง ถึงกว่า 1 ล้าน like แล้ว เทียบกับเสื้อผ้าแบรนด์เนมชื่อดังอีกรายที่มียอดกด like เพียง 6 พันกว่ารายเท่านั้น!

หรือแม้แต่การใช้อินเตอร์เน็ตในการค้นหาและเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นของผู้บริโภคชาวจีนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ จากรายงานการวิจัยทางการตลาดที่สำรวจกลุ่มคนชั้นกลางที่มีอายุระหว่าง 20 – 45 ปี จำนวน 1,200 คน ระบุว่า กลุ่มสำรวจถึงร้อยละ 30 มีความถี่ในการค้นหาข้อมูลสินค้าแบรนด์เนมบนอินเตอร์เน็ตมากกว่า 1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ โดยให้เหตุผลว่า การเลือกซื้อสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตนั้นมีราคาถูกกว่า มีความสะดวกในการเปรียบเทียบสินค้า รวมทั้งยังช่วยประหยัดเวลาเมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกซื้อสินค้าทางช่องทางปกติอีกด้วย

การสำรวจสถานภาพประเภทสินค้าอุตสาหกรรมแฟชั่นสิ่งทอต่าง ๆ

อุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มของไทยในปี 2554 มีมูลค่า 3,274.99 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 2.16 เนื่องจากราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น อันเป็นผลจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อราคาต้นทุน รวมถึงการที่ผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่มไทยได้รับคำสั่งซื้อจากผู้นำเข้าสินค้ายุโรป การส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มไทยไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนเริ่มจะมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากผลประโยชน์จากข้อตกลง AFTA และ JTEPA อันมีผลทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่ม ไปยังญี่ปุ่นขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การสำรวจสถานภาพพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2554 พบว่ากลุ่มธุรกิจแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับ มีมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในรอบปีที่ผ่านมา จำนวน 20,073 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5.9 ของมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยรวมทั้งประเทศ นอกจากนี้อุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจ ในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คิดเป็นร้อยละ 32.3 ของจำนวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทั้งหมด ของประเทศ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น โดยประเทศไทยเป็นแหล่งการผลิตสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย อัญมณี เครื่องประดับและผลิตภัณฑ์เครื่องหนังที่มีคุณภาพ เนื่องจากศักยภาพในการผลิตของฝีมือแรงงานไทยมีความละเอียดและประณีต ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีศักยภาพเพียงพอ ที่จะผลักดันส่งเสริมธุรกิจในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความเข้มแข็งให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการ ในต่างประเทศได้

ในปัจจุบันธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น เครื่องแต่งกาย อัญมณี และเครื่องประดับมีศักยภาพสูงขึ้น การทำธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ในวงกว้าง และเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่สามารถเชื่อมโยงในระดับชาติและนานาชาติ จึงถือได้ว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบซื้อมาขายไปให้พัฒนาไปสู่การเป็นเจ้าของตราผลิตภัณฑ์เอง และการดำเนินการที่ครบวงจร ทั้งการนำเสนอการขาย การสั่งซื้อ การชำระเงิน และการขนส่ง นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังเน้นในคุณภาพของสินค้าและการสร้างความพึงพอใจควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการใช้บริการเว็บไซต์แก่ลูกค้าไปพร้อมๆกัน เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยและยอมรับเงื่อนไขต่างๆ ของการซื้อสินค้ารูปแบบนี้มากขึ้น